ยิ่งโตยิ่งน่ารัก “น้องจาติม” ลูกสาวอุ้มบุญ เกรซ มหาดำรงค์กุล

ยิ่งโตยิ่งน่ารัก “น้องจาติม” ลูกสาวอุ้มบุญ เกรซ มหาดำรงค์กุล

ยิ่งโตยิ่งน่ารัก “น้องจาติม” ลูกสาวอุ้มบุญ เกรซ มหาดำรงค์กุล

หลังจากออกมาประกาศข่าวดีและสร้างเซอร์ไพรส์ สำหรับคุณนักแสดงสาวหน้าเด็ก เกรซ มหาดำรงค์กุล ที่ออกมาประกาศว่าได้มีลูกสาวแล้วหนึ่งคนชื่อ “น้องจาติม” ซึ่งเป็นลูกสาวอุ้มบุญ หลังจากแต่งงานไปกับหนุ่มหล่อ โน้ต นาวาอากาศโทจงเจต วัชรานันท์ ไป ซึ่งคู่นี้ได้พบรักกันที่กองถ่ายหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวร

และหลังจากที่เกรซ เปิดเผยเรื่องราวของน้องจาติมลูกสาวอุ้มบุญ ให้แฟนๆ ได้ทราบ แม่เกรซก็อัพภาพความน่ารักของลูกสาวตัวน้อยให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ และภาพล่าสุดที่เห็นครอบครัวนี้ ออกงานกันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ยิ่งน้องจาติม ดูแล้วฉายแววดาราเหมือนพ่อแม่ เป็นเด็กร่าเริง น่ารัก หน้าตาน่ารักน่าชังมากๆ ด้วยค่ะ

หน้าตาดีกันทั้งบ้านเลยจริงๆ ค่ะครอบครัวนี้

แฉสนั่น ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

           แฉสนั่น ! สาวสุดช้ำฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกแอบเอารถไปขับจนตกคลอง แถมก่อเรื่องอีกเพียบ แต่งเรื่องสารพัด บอกจะชดใช้ให้ทั้งค่าผ่อน ค่าซ่อม และซื้อรถใหม่ให้ แต่สุดท้ายไม่เห็นแม้แต่เงา

นับเป็นอีกหนึ่งเหตุอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่คิดจะฝากรถไว้กับคนรู้จัก หลังจากที่สาวคนหนึ่งได้ออกมาเปิดประสบการณ์สุดเจ็บช้ำที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ผ่านเฟซบุ๊ก Nes Cess เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 เล่าเรื่องหลังจากที่เธอตัดสินใจฝากรถไว้ที่คอนโดของพริตตี้ที่รู้จักกัน เพราะตัวเองต้องกลับต่างจังหวัดช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยไม่คาดว่าจะไม่ได้เห็นรถในสภาพเดิมอีกต่อไป

สำหรับเรื่องราวหลังจากนั้นเริ่มขึ้น เมื่อในช่วงเช้ามืดวันที่ 15 เมษายน อยู่ดี ๆ เธอก็ได้รู้ข่าวช็อกจากพริตตี้รายนี้ ที่แอบเอารถของเธอไปใช้และขับรถตกคลองน้ำเน่า ที่ซอยมหาดไทย แยก 18 โดยตอนแรกพริตตี้รายนี้ก็พยายามขอโทษที่แอบเอารถไปใช้ อ้างว่าต้องไปรับเพื่อนที่เมา แต่มาเจอแท็กซี่ที่พุ่งใส่รถเร็วมาก จึงต้องหักหลบจนรถตกคลอง

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

อย่างไรก็ตามหลังจากที่คุยไปเรื่อย ๆ และสอบถามพยานแวดล้อม ก็พบว่าพริตตี้รายนี้ยังโกหกประกัน ให้ทอมมารับว่าเป็นคนขับแทนทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายขับ แต่งเรื่องหลอกเธอ ซึ่งความจริงแล้วเป็นฝ่ายพริตตี้เองที่ถือวิสาสะเอารถคนอื่นไปขับ แล้วนำไปโม้กับคนในรถว่า ขับแต่รถแข่ง รถธรรมดาขับไม่ค่อยถนัด แถมยังอ้างชื่อคนดังว่าช่วยส่งตำรวจมาเคลียร์ให้ด้วย

  หลังจากเกิดเหตุ พริตตี้คนนี้ก็ถือวิสาสะเรียกประกันมาแทนเธอ ทั้งที่ตัวเองไม่มีใบขับขี่ อ้างว่าให้น้องในรถรับว่าเป็นคนขับแทนเพราะน้องมีใบขับขี่ อ้างว่าประกันออกเอกสารให้แล้ว แต่เมื่อเธอติดต่อประกันเข้าจริง ๆ ก็ปรากฏว่าคนที่รับแทนตอนแรก ปฏิเสธแล้วว่าไม่ใช่คนขับ และสารภาพว่าถูกพริตตี้บอกให้รับแทน เนื่องจากกลัวโดนตรวจเพราะมีสาร แถมตัวพริตตี้ยังโวยวายหนักจนตำรวจไม่อยากยุ่งมาก บอกให้ไปโรงพักก็ไม่ไป อ้างว่ามีคนเคลียร์ให้ คาดว่าคงเมายาจนมโนเรื่อง แต่ความซวยกับตกอยู่ที่เธอ

จากที่พูดคุยกันตอนแรก ฝ่านพริตตี้บอกจะรับผิดชอบให้ทุกอย่าง ทั้งค่างวด ผ่อนรถ ค่าซ่อมรถ แถมบอกว่าจะออกรถใหม่ให้ จากนั้นก็เอาเรื่องไปโพสต์ในเฟซบุ๊กของตัวเอง ทำตัวเองให้ดูดี แต่ขนาดเรื่องผ่านมาเดือนกว่าแล้ว รถของเธอก็ยังอยู่ในสภาพเน่า ๆ เหมือนเดิม และไม่สามารถถามหาความรับผิดชอบจากพริตตี้คนนี้ได้ ทั้งที่อีกฝ่ายอ้างว่าหาเงินได้มากมาย เคลียร์หนี้เป็นสิบล้านได้ แต่หนี้รถที่ต้องชดใช้ให้เธอไม่กี่แสนกลับทำไม่ได้

ทั้งนี้เธอขอยก ให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเหตุอุทาหรณ์และบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับตัวเอง โดยใครที่อยากอ่านเรื่องราวฉบับเต็ม สามารถตามเข้าไปอ่านได้ในกระทู้ “พริตตี้จอมแถ! ขับรถตกคลอง! อุทาหรณ์สังคม!” ที่เธอลงเรื่องราวเต็ม ๆ พร้อมแชทฉบับเต็มกับพริตตี้จอมแถรายนี้ได้

ขณะที่ชาวเน็ตต่างพยายามตามหาว่าพริตตี้ดังกล่าวเป็นใคร แต่สุดท้ายกลับพบว่าพริตตี้รายนี้ปิดเฟซบุ๊กหนีไปแล้ว แถมยังเป็นพริตตี้โนเนม อย่างไรก็ตามในส่วนของคดีนั้น แนะนำให้สาวเจ้าของเรื่องแจ้งความและฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อเรียกค่าเสียหายจากพริตตี้รายนี้ เนื่องจากดูจากรูปการณ์แล้วประกันคงไม่จ่ายค่าซ่อมให้ ส่วนในด้านเอกสารหรือหลักฐานนั้นสามารถปรึกษากับทางประกันได้ เพราะคาดว่าบริษัทประกันน่าจะเคยพบเหตุเช่นนี้มาบ้าง และทราบดีว่าควรจะทำอย่างไร

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

 

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

 

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม
แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม
แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

 

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

แฉสนั่น ! ฝากรถไว้ที่พริตตี้ แต่ถูกเอาไปขับจนตกคลอง งานแถมาเต็ม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Nes Cess

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! หนี้ท่วมตัว อาศัยข้าววัด “ปุ๊กกี้ ปนัดดา” ดาวนู้ดเอเชียตกอับ

ช่วงที่เงียบหายไปจากวงการก็ไปลงทุนทำธุรกิจเปิดร้านนวดแผนไทยร้านอาหารก็ไม่ดีเท่าไหร่ และก็ประสบอุบัติเหตุรถชนเต้านมแตกก็ต้องรักษาตัว ชีวิตเป็นอย่างนี้บ่อยดูเหมือนจะดีขึ้นก็แย่ลง น้อยใจชีวิตแต่ก็ไม่โทษตัวเองเราก็คิดว่าเริ่มต้นชีวิตมามันก็ไม่ได้มีอะไรเลย ตอนนี้จะไม่เหลืออะไรอีกก็ช่างมันเถอะ”

จบประโยคคำพูดนี้น้ำตาของ(อดีต) นางแบบนู้ด “ปุ๊กกี้ ปนัดดา วิมศิริ” ก็ไหลนองเต็มหน้าแม้เธอจะพยายามฝืนกลั้นแบบสุดขีด แต่ความทุกข์ที่แสนสาหัสอยู่ในใจนั้นทำให้เธอไม่สามารถจะเก็บความรู้สึกเอาไว้ได้ ย้อนกลับไปช่วงเวลา พ.ศ. 2531 วงการนางแบบได้แจ้งเกิดนางแบบสาวที่มีดีกรีเป็นถึงนางงามเอเชีย จากนั้นเธอก็เพิ่มระดับความเซ็กซี่ด้วยการถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำและในที่สุดก็ก้าวไปสู่นางแบบนู้ด

ซึ่งในระยะแรกส่งผลให้ชีวิตของเธอนั้นรุ่งเรืองทั้งชื่อเสียงและเงินทอง แต่แล้วชีวิตก็พลิกผันราวกับเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจากชีวิต “ดาวนู้ดเอเชีย” กลายเป็น “ดาวนู้ดตกอับ” ชีวิตคู่ล้มเหลว หนี้สินท่วมตัว และในบางครั้งไม่มีเงินซื้อข้าวต้องอาศัยข้าววัด ซึ่งการเปิดใจทั้งน้ำตาครั้งนี้เธอหวังเพียงว่าประสบการณ์ชีวิตของเธอที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนสอนใจให้กับหลายๆ คน

“ปุ๊กกี้ ปนัดดา” ก่อนจะเป็นดาวนู้ด

“ก็เป็นเด็กบ้านนอกติดดินธรรมดาที่บ้านก็ทำไร่ทำส่วนที่จังหวัดชัยภูมิ พอโตมาจำความได้ก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของพ่อแม่เขาก็แยกทางกัน แม่ก็เป็นผู้หญิงเก่งเลี้ยงลูกคนเดียว 5 คน เราก็เห็นชีวิตแม่ลำบากสู้ตลอดมาหัวหกก้นขวิดมาด้วยกันแม่ลูก แล้วช่วงอายุ 10-11 ขวบ พี่ชายกับอาเขาทำงานอยู่ที่มหาชัย พอปิดเทอมแม่ก็จะพามาหามาเยี่ยม แล้วทีนี้มีคุณหญิงและก็ท่านนายพลเขาเห็นเราเป็นเด็ก เดินไปเดินมาไปซื้อของเดินผ่านหน้าร้านเขา เขาก็เรียกว่าเด็กคนนี้หน้าตาน่ารักดีดูมีแววฉลาดนะ เขาชอบเขาเอ็นดูบ่อยครั้ง ๆ เขาก็เลยขอเป็นลูกบุญธรรม ก็เลยทำให้มีโอกาสได้มาอยู่กรุงเทพ ชีวิตมันก็เปลี่ยนไปแต่ในขณะนั้นเรายังเด็กอยู่ เราก็ไม่ได้รู้สึกมากว่ามันเปลี่ยนอะไร แต่รู้สึกเสียดายโอกาสที่ได้อยู่ที่ต่างจังหวัด เป็นเด็กลิงๆ ซน ๆ ได้ ชอบชีวิตแบบติดดินปีนต้นไม้กระโดดน้ำแบบนั้น”

แม้ชีวิตจะสุขสบายเป็นลูกบุญธรรมของคุณนายและนายพล แต่จุดพลิกผันของชีวิต “ดาวนู้ดปุ๊กกี้” ก็เกิดขึ้นเมื่อเธอได้เห็นโฆษณารับสมัครประกวดสาวสวยสิบสุดยอดนางแบบ บวกกับความเป็นวัยรุ่นที่กำลังโตเป็นสาวจึงทำให้เธอนั้นอยากลิ้มลองชีวิตในวงการบันเทิง

“อยู่กับพ่อแม่บุญธรรมมา 5- 6 ปี ก็เริ่มโตเป็นสาวอายุก็ 17-18 คิดว่าตัวเองเป็นสาวแล้วก็ได้ดูรายการทีวีช่อง 5 เขาโฆษณาว่ารับสมัครสาวสวยสิบสุดยอดนางแบบความสูงไม่ต่ำกว่า 168 – 170 เซนติเมตร มีความมั่นใจบุคลิกดี ก็คิดว่าตัวเองมีแค่ความสูง ก็เลยไปสมัครพอสมัครเสร็จเรียบร้อยก็นัดวันประกวด จนประกวดเสร็จก็ได้ติดหนึ่งในสิบ”

“ที่นี่พอติดหนึ่งในสิบก็ได้เดินแบบกับคุณอา สมชาย นิลวัน ออกอากาศทุกวันพุธของช่อง 5 ตอนนั้นช่วงปี 2531 ได้ค่าตัวเทปละ 800 ก็ได้ทำอยู่นานเป็นปี คนก็เริ่มเห็นเราบ่อย ๆ ก็มีโมเดลลิ่งแมวมองต่างๆ เข้ามาชักจูงพาไปเทส ก็ถือว่าโชคดดีเจอโมเดลลิ่งแรกของ พี่จิ๋มโมเดลลิ่ง ตอนนั้นเขาก็มีชื่อเสียงปลุกปั้นดาราดังมาเยอะ ก็เริ่มมีงานเข้ามาเรื่อยๆ และผู้ใหญ่ก็แนะนำให้รู้จักนางแบบรุ่นพี่ที่มีชื่อเสียงก็เลยมีโอกาสได้ไปเดินแบบชุดว่ายน้ำกับเขาก็เลยยิ่งเพิ่มเครดิตให้ตัวเราเข้าไปอีก”

เด็กกะโปโลสู่เส้นทาง “นางแบบนู้ด”

“ชีวิตหลังจากมีงานมีเงินบ้างก็ใช้ชีวิตปกติก็ไม่ได้ทำตัวไฮโซ พอได้เงินมาก็จะคิดว่าพี่น้องคนนั้นยังลำบาก จะคิดถึงทุกคนจะช่วยเหลือทุกคนคิดว่าตัวเองทำได้ตัวเองมีโอกาสคนอื่นไม่มีช่วยพี่ช่วยน้อง ส่วนชื่อเสียงเฉยๆ มีงานเงินชื่อเสียงเข้ามาช่วงนั้นมันก็เป็นแค่งานโฆษณาและก็งานเดินแบบ มันยังไม่ใช่งานเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็คิดแค่ว่ามีงานทำมากขึ้นและก็มีเงินเข้ามาเรื่อยๆ”

“มองย้อนกลับไปถึงทางครอบครัวทางบ้านเราลำบากซึ่งมันเป็นความภูมิใจมากที่ได้หาเงินช่วยแม่ช่วยพี่น้อง ทำงานได้เงินครั้งแรกส่งไปให้แม่ดีใจมาก อยากให้แม่ได้อยู่ได้กินสบาย เพราะแม่ลำบากเลี้ยงเราตั้งแต่เล็ก ตอนแรกๆ ชีวิตครอบครัวทางบ้านก็ยังไม่ได้เปลี่ยนอะไรเยอะมาก เพราะเงินจากการทำงานถ่ายแบบถ่ายโฆษณาก็ยังทำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็พอช่วยให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น”

แต่แล้วชีวิตเธอก็มาถึงจุดพลิกผันอีกครั้ง เพราะตัวเงินหลักแสนที่มาล่อตาล่อใจในการถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ในยุคนั้น เพื่อหวังอยากให้ครอบครัวสุขสบายและเป็นอยู่ดีขึ้น เธอจึงตัดสินใจรับงานและถลำเข้าสู่วงการนางแบบนู้ดโดยปริยาย

“สมัยก่อนถ่ายเล่มนึงเป็นแสนมันได้เงินเยอะที่เป็นเงินก้อน ถ้าถ่ายแบบหรือโฆษณาเราก็ไม่มีเงินสร้างบ้านให้แม่ได้ จึงตัดสินใจถ่ายเล่มแรกที่เริ่มถ่ายก็คือหนังสือ For Man ซึ่งจริงๆ เป็นของ Penthouse ครั้งแรกก็ไม่ได้โป๊เห็นอะไรแค่เอามือปิดสัดส่วน นอกนั้นก็เป็นทูพีชธรรมดา แล้วก็ประสบความสำเร็จกลายเป็นว่ามีเล่มอื่น ๆ ติดต่อมาอีก แต่มันก็ยังไม่ถึงกับถ่ายนู้ดเท่าไหร่แต่ถ่ายทูพีชสมัยนั้นก็ถือว่าแรง”

“จากนั้นเจ้าของหนังสือหลายๆ เล่มก็ต้องการเล่มแรกเธอถ่ายแค่นี้ เล่มของฉันเธอจะต้องแรงกว่านี้ เงินก็ได้เยอะกว่าแล้วมันก็เริ่มแรงขึ้นๆ และกลับกลายเป็นปากต่อปาก”

“ก็เลยได้ฉายา “ปุ๊กกี้ ปนัดดา” อดีตนางงามดาวนู้ดเอเชีย และมันก็ต่อยอดไปถ่ายของหนังสือ Vogue ของประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งผลมันก็ออกมาดีเหมือนเดิม แต่ก็เหมือนเราขึ้นต้นไม้สุดยอดแล้วไม่มีที่ให้ไปแล้ว และจะกลับมาทำงานที่เคยทำก่อนที่จะถ่ายนู้ดก็ไม่มี และนู้ดเราก็ถ่ายหมดแล้วไม่มีที่จะให้ถ่ายแล้วก็กลายเป็นว่าค่อยๆ เงียบหายไปหลายปี”

“ที่นี่กลับมาถ่ายหนังสือ Heat Special ยอมรับว่าแรงมาก เปลือยข้างบนไม่ปิดอะไรเลย และถ้าเกิดว่าเปลือยข้างล่างข้างบนก็จะปิดจะไม่โป๊พร้อมกัน ซึ่งผลที่ออกมาสำหรับผู้หญิงเขาก็คงต่อว่าเราอนาจารเกิน ก็ต้องขอโทษทุกๆ คนที่ทำให้เสียความรู้สึกกับการถ่ายแบบ แต่เราก็มีความจำเป็นต้องทำมันก็เพราะว่าเราเริ่มจากตรงนี้ไปแล้วมันก้าวพลาดไปแล้ว”

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเธอจะรู้อยู่แก่ใจอาชีพถ่ายแบบนู้ดนั้นยังไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับในสังคมยุคนั้น การเป็นลูกคนเดียวที่มีโอกาสหารายได้มากที่สุด จึงเป็นแรงผลักให้เธอนั้นต้องตัดใจทำ

“อย่างที่บอกว่าเราเดินไปเส้นทางนี้ไปแล้ว มันก็กลับมาลำบากปัจจัยคือครอบครัว กับคนอื่นคือไม่ได้สนใจอะไร เราอยากได้เงินอยากให้ครอบครัวสบายกินดีอยู่ดีเราเคยลำบากมากตอนเด็กๆ และก็เป็นลูกคนเดียวพี่น้องคนเดียวที่มีโอกาสทำและได้เงินเพราะพี่ๆ น้องๆ คนอื่นเขาก็ยังลำบากทำงานรับจ้างที่ลูกมีหลานก็พากันลำบาก เราก็คิดว่าทำอะไรก็ได้ให้ครอบครัวสบาย”

“ก็ขอโทษแม่ไว้ตรงนี้ การตอบแทนบุญคุณแม่ก็ไม่จำเป็นต้องมาแก้ผ้าถ่ายแบบเพื่อแลกกับเงินไปตอบแทน เป็นพ่อแม่คนไหนก็คงไม่ภูมิใจหรอกที่ลูกตัวเองทำแบบนี้ แต่ว่ามันได้ทำไปแล้ว และทำยังไงก็ได้ที่จะช่วยไม่ให้แม่ลำบากเรามองกลับไปเห็นครอบครัวเราตรงนั้นคือแม่ยังลำบาก”

งานหด หนี้ผุด จุดหักเหชีวิตที่ “แสนสาหัส”
“ก็มีทั้งตัวเราที่ต้องกินอยู่ใช้และก็ทางบ้านช่วยญาติพี่น้องมันก็หลากหลายไปหมด และก็ลืมคิดถึงตัวเองคิดถึงแต่คนอื่นนี่ก็เป็นผลเสียอย่างนึง เพราะฉะนั้นมันก็ทำให้เราได้บทเรียนชีวิตว่ารักคนอื่นรักได้ แต่อย่าลืมรักตัวเองคิดถึงตัวเองด้วย ทำอะไรทุกอย่างต้องคิดก่อนว่าตัวเองแข็งแรงดีมั้ย ก่อนที่จะช่วยคนอื่น รักคนอื่นไม่รักตัวเองไม่คิดถึงอนาคตว่าวันนึงเราจะต้องแก่ พอเราแก่แล้วไม่มีใครจ้างเราไปทำหรอก”

“ส่วนอย่างอื่นก็ทำลงทุนทำเหมือนกันช่วงที่หายไปจากวงการก็ไปลงทุนทำธุรกิจเปิดร้านนวดแผนไทยก็ไม่ดีเท่าไหร่ และก็ประสบอุบัติเหตุรถชนเต้านมแตกไปข้างนึงก็ต้องรักษาตัว และอยากให้เข้าใจว่าที่ลำบากตอนนี้ก็เพราะเหตุผลนี้ไม่ใช่การติดหรูหราเงินทองก็ไม่มีซักบาทชีวิตตกต่ำชื่อเสียงก็ไม่มีรับได้หรอ รับได้ค่ะ! เพราะเราก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองขึ้นไปสูงขนาดนั้น เป็นคนติดดินตลอดเวลา”

อย่างไรก็ตามอดีตนางแบบนู้ดได้เสริมต่ออีกว่า ชีวิตของคนในวงการบันเทิง มักจะถูกมองว่ายามมั่งมีมักไม่รู้จักเก็บออม พอแก่ตัวลงก็มักจะลำบากนั้นไม่จริงเสมอไป เพราะเธอนั้นไม่เคยนิ่งดูดายที่จะหากินกับการแก้ผ้า จึงเลือกไปลงทุนกับธุรกิจ แต่โชคร้ายไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ

“เงินเก็บแล้วและมันไม่มีงานและเงินเข้ามาเราก็ต้องคิดว่าเงินที่มันมีอยู่จะเอาไปทำอะไรให้มันงอกเงยขึ้นมา ก็คือการไปลงทุนและมันไม่ประสบความสำเร็จ ลงทุนทำร้านอาหารก็ไม่สำเร็จ ไปขายของตลาดนัดก็ทำ มารับเสื้อผ้าที่กรุงเทพไปเปิดท้ายขายของทำทุกอย่างแล้วแต่มันไม่เวิร์ค ลงทุนไปสามสี่หมื่นแล้วมานั่งเก็บวันละร้อยสองร้อยตากแดดตกลมเราก็ทำ ซึ่งตอนเราทำงานลำบากสู้ชีวิตเพื่อหารายได้คนไม่เห็น คนส่วนใหญ่จะเห็นเราแค่แต่ตอนเรามีงานมีเงิน”

“ก็อยากจะพูดจากประสบการณ์ชีวิตตัวเองว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าเลียนแบบชีวิตแบบนี้เลยทำธุรกิจหมดทุนก็ซมซานกลับมาหาผลงานเดิมอีกแล้ว คิดๆ ก็เหมือนถูกสาปไว้ต้องแก้ผ้าอย่างเดียวชาตินี้ สุดท้ายสุดในการถ่ายหนังสือคือปี 49 ก็คือหนังสือ Cute ก็ได้เงินมาอีกเป็นแสนพอได้มาก็หายไปอีกไปลงทุนทำธุรกิจสุดท้ายก็ไปได้ไม่สวยชีวิตเรามันเป็นอยู่แบบนี้”

“ชีวิตตกอับ” สามีนอกใจ อาศัยข้าววัดกิน

“การที่มาเล่าชีวิตตัวเองก็ไม่ได้ขอความเห็นใจแค่อยากให้รู้ว่าที่ว่าเราไม่ทำอะไรเลยไม่จริง เรามีความคิดกระตื้อรือร้นที่จะทำตลอดเวลาอยากมีรายได้ ถ่ายแบบครั้งสุดท้ายเงินหมดไปเราก็ไปกู้เงินหนี้นอกระบบ เปิดใหม่ ๆ มันก็ขายไม่ค่อยดีคนยังไม่ค่อยรู้จัก แต่ดอกเราต้องเสียทุกเดือน เสร็จแล้วไม่มีเงินจะจ่ายดอกก็ต้องไปกู้รายวันเพื่อจะเอามาจ่ายดอกรายเดือน ชักหน้าไม่ถึงหลังเป็นอยู่แบบนี้”

“ชีวิตครอบครัวสามีที่อยู่ด้วยกันมาสิบปีก็แอบไปมีผู้หญิงอื่นแอบนอกใจเราไปมีผู้หญิงอื่นทั้งที่ยังไม่ได้หย่ากับเราก็เลยตัดใจออกมาเลยและทีนี่หันหลังกลับมาอีกทีอายุก็มากขึ้นแล้วแก่ซะขนาดนี้ใครจะจ้างไปถ่ายแบบเพราะเด็กใหม่ ๆ หายจากวงการไปเป็นสิบๆ ปี”

“สภาพชีวิตตอนนี้ก็คือลำบากมากค่ะ บางครั้งก็ต้องไปอาศัยข้าววัดกิน ไปล้างห้องน้ำวัดล้างซวยทำอะไรก็ไม่เคยสำเร็จ หนี้นอกระบบก็ขอติดไว้ก่อน เหมือนว่าเราหนีเอาตัวรอดแต่จริงๆ ไม่ใช่นะ เรามาหางานหาการทำมันมืดแปดด้านมันเจอมรสุมชีวิตมากเกินไปบางครั้งสมองก็รับไม่ทันก็เลยจะเบลอ ๆ เงินทองติดตัวก็ไม่มีสภาพชีวิตคือไม่เหลืออะไรเลย”

ดังนั้นเธอจึงขอสะท้อนเรื่องราวชีวิตที่ก้าวผิดพลาดบนเส้นทางนางแบบนู้ดเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจของเด็กยุคใหม่ที่คิดหวังจะใช้เรือนร่างในการหารายได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามท้ายสุดแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะย้อนกลับมาทำร้ายชีวิตตัวเราเอง

“ก็หวังว่าชีวิตปุ๊กกี้จะเป็นบทเรียนที่สอนหลายๆ คน และก็ยินดีหากใครจะให้โอกาสปุ๊กกี้ไปพูดหรือเล่าชีวิตเพื่อเป็นตัวอย่างติดต่อที่ 095-493-6508 ซึ่งก็อยากให้ชีวิตเราเป็นอุทาหรณ์ให้คนในวงการที่กำลังหาเงินหาทองได้ดี มีก็อยากให้เก็บคิดถึงตัวเองไว้มากๆ การช่วยเหลือคนอื่น พี่น้องตัวเองมันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากว่าช่วยเหลือตัวเองแล้วต้องลำบากเดือดร้อนอย่าทำ”

“ส่วนเรื่องการจะเข้าวงการถ่ายเซ็กซี่ต่างๆ ใจกล้า กล้าแก้ กล้าถอดเพื่อจะได้เข้าวงการสร้างชื่อเสียงมันไม่ใช่ค่ะ นั่นคือการเริ่มต้นที่เริ่มก้าวแรกก็ผิดแล้ว คิดที่จะแก้ผ้าและก็แข่งขันกันแก้ผ้าเพื่อที่จะได้เข้าวงการ ก้าวแรกคุณแก้ผ้าแล้วก้าวต่อไปคุณจะทำอะไรไม่มีอะไรให้คุณทำแล้ว เริ่มช้าหน่อยแต่ชัวร์ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปจะดีกว่า ได้เงินได้งานยังสาวยังสวยอยู่ทุกคนชื่นชม แต่สังคมบางส่วนเขาก็ไม่ได้ยอมรับ แต่เรากลับภูมิใจว่าทำงานได้เงินแต่ลืมคิดไปว่าอนาคตข้างหน้ามันกลับมาทำร้ายเราตรงนี้ผู้ชายที่ไหนจะมารักผู้หญิงที่แก้ผ้าให้สาธารณะชนดูเขาไม่เลือกไปเป็นแม่ของลูกเขาแน่นอนค่ะ”

แจกความสดใส “ออก้า” หยอกล้อ “วันใหม่” ป้าๆ ชวนจิ้น

แจกความสดใส "ออก้า" หยอกล้อ "วันใหม่" ป้าๆ ชวนจิ้น

อ้ายยยย…!! ขยันเป็น “คู่จิ้น” ตั้งแต่ยังเยาว์เลยหรอลูกจ๋าาาา เก็บภาพน่ารักๆ การโคจรมาเจอกันของทายาทคนดังในวงการบันเทิง ณ งานประกาศผลรางวัล Nine Entertain Awards 2016 ที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา

งานนี้คงจะต้องโฟกัสที่คู่นี้ “น้องออก้า” ลูกชายตัวแสบของ พ่อเปิ้ล นาคร กับ “น้องวันใหม่” น้องสาวน่ารักจากบ้านฉัตรบริรักษ์ ที่งานครั้งนี้ทั้งคู่ได้มาพบกันบนพรมม่วง แถมยังทำให้ลุงๆ ป้าๆ สื่อมวลชนอดในไม่ไหวที่จะเก็บภาพเอาไว้ เพราะความน่ารัก..หยอกล้อเล่นของคู่นี้ มันชวนจิ้นกันมากๆ

โดยเฉพาะ น้องออก้า ที่เล่นเต็มที่ ไม่เกรงใจ พ่อเปิ้ล ที่ยืนคุมเชิงอยู่ตลอดเวลา หยอดใส่ความสดใสแบบไม่ยั้งให้กับ น้องวันใหม่ แหมๆ แบบนี้ พี่ชายทั้ง 3 แห่งบ้านฉัตรริรักษ์ มาเห็นเข้า… ไม่รู้จะว่ายังไงบ้างละเนี่ย น่ารักจัง

ดีเจมะตูม ชื่นชม เทพพิทักษ์ แอสละ หล่อจากภายใน กตัญญู พูดเพราะ

ดีเจมะตูม ชื่นชม เทพพิทักษ์ แอสละ

ดีเจมะตูม ขอเป็นแฟนคลับ เทพพิทักษ์ แอสละ หนุ่มมุ้งมิ้งคนดังโซเชียล ชื่นชมความใสซื่อ หล่อจากภายใน พูดเพราะ กตัญญูรักแม่

เรียกได้ว่าโด่งดังมาจากโซเชียลจริง ๆ สำหรับ เทพพิทักษ์ แอสละ หนุ่มมุ้งมิ้งคนซื่อ ที่ฮอตจนผู้กำกับคนดัง พจน์ อานนท์ ขอตามตัวมาร่วมถ่ายภาพยนตร์ด้วยกัน และเมื่อเร็ว ๆ นี้ เทพพิทักษ์ ก็เพิ่งไปออกรายการ เรื่องร้อนออนไลน์ กับดีเจมะตูมมาด้วย

ล่าสุด (23 พฤษภาคม 2559) ดีเจมะตูม ก็ได้ออกมาโพสต์ชื่นชม เทพพิทักษ์ ด้วยว่า “ขอพูดถึงความประทับใจของมะตูมที่มีต่อผู้ชายคนนี้หน่อย เทพพิทักษ์ แอสละ อาจจะดูเป็นตัวตลกในสายตาหลายคน อาจจะดูสกปรก ดูเป็นสก๊อย แต่เชื่อมั้ยว่ามะตูมปลื้มผู้ชายคนนี้นะ เขาเป็นคนที่ธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ปลอม ไม่ประดิษฐ์ จริงใจ สุภาพ ให้เกียรติ และที่สำคัญ เค้าพูดเพราะมาก !!!

ดีเจมะตูม ชื่นชม เทพพิทักษ์ แอสละ

เขาไม่เคยคิดอยากจะดัง กว่าเราจะได้เขามาออกสื่อใช้เวลานานมาก เค้ามีโลกส่วนตัวของเขา และเขาไม่เคยบอกว่าเขาหล่อ แต่เขาก็มั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเอง พอได้คุยกับเขาไปนาน ๆ ยิ่งสัมผัสได้ถึงความหล่อข้างใน ยิ่งพอรู้ว่ารับจ้างขับรถได้วันละไม่กี่บาท แต่เอาเงินทุกบาทให้แม่ ยิ่งทำให้มะตูมรู้สึกดีที่เลือกเขามาเป็นแขกรับเชิญเพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้เขาและครอบครัว

มันช่างต่างกับพวกที่หน้าตาดี แต่ดูถูกเขา ด่าเขาแรง ๆ เหยียดหยามเสมือนเขาเป็นขยะ ทั้ง ๆ ที่จิตใจของคนที่ด่าไม่ได้ดีไปกว่าเขาเลย มะตูมขอเป็นกำลังใจให้ผู้ชายคนนี้ ตอนนี้เขาออกสื่อ เริ่มดัง ชีวิตเขาจะเปลี่ยนแล้ว หวังว่าวงการบันเทิงจะไม่ทำลายความเป็นตัวตนของเขา ดีใจที่เป็นส่วนนึงที่ทำให้เขาได้รับโอกาสดี ๆ ครั้งนี้ เราจะติดตามทุกผลงานของเขา สู้ ๆ นะ เทพพิทักษ์ ป.ล. กลิ่นหัวและกลิ่นตัวเขาหอมมากค่ะ”

ดีเจมะตูม ชื่นชม เทพพิทักษ์ แอสละ

ดีเจมะตูม ชื่นชม เทพพิทักษ์ แอสละ

ดีเจมะตูม ชื่นชม เทพพิทักษ์ แอสละ

ดีเจมะตูม ชื่นชม เทพพิทักษ์ แอสละ

 


ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Techin Ploypetch

สยองหนักมาก งูเหลือมพุ่งจากคอห่านงับเจ้าโลกหนุ่ม อาการสาหัส

สยองหนักมาก งูเหลือมพุ่งจากคอห่านงับเจ้าโลกหนุ่ม อาการสาหัส

สยองหนักมาก !! กู้ภัยบางปะกงรุดช่วยหนุ่มเคราะห์ร้ายเข้าส้วมตามปกติ แต่จู่ ๆ มีงูเหลือมขนาด 3 เมตร พุ่งออกมาจากคอห่านงับเจ้าโลก โดนเส้นเลือดใหญ่ อาการสาหัส ล่าสุดเย็บแผลแล้ว ยังรอดูอาการ

นับเป็นข่าวสยองรับอรุณของวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 เมื่อเฟซบุ๊ก คนข่าวบางปะกง  ได้แจ้งข่าวว่า มีเจ้าของบ้านถูกงูเหลือมกัดอวัยวะเพศชายอาการสาหัสขณะเข้าห้องน้ำในบ้านของตัวเอง พร้อมทั้งเผยภาพในที่เกิดเหตุซึ่งมีรอยเลือดเต็มห้องน้ำ และภาพขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพยายามดึงตัวงูเหลือมออกจากคอห่านซึ่งเป็นส้วมซึม

ขณะที่ เฟซบุ๊ก กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า งูเหลือมดังกล่าวนอนขดตัวอยู่ในคอห่านและมีขนาดลำตัวถึง 3 เมตร !! พร้อมทั้งเตือนด้วยว่านี่คือเรื่องจริง ! ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ! ที่อยากให้ทุกบ้านระมัดระวังภัยจากงูที่อาจซ่อนตัวอยู่ในส้วมบ้านท่านได้ ดังนั้นก่อนเข้าห้องน้ำ แนะนำให้ราดน้ำก่อนทุกครั้ง เพื่อให้งูตื่น (หากมี)

ทั้งนี้ จากการตรวสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าของบ้าน คือ นายอัฎฐพร อายุ 38 ปี ทางภรรยาและเพื่อนบ้านได้นำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 ไปก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากมีอาการเสียเลือดมาก

ด้านนางสาวสาวิตรี อายุ 35 ปี ภรรยาเจ้าของบ้านที่ได้รับบาดเจ็บพาเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบภายในห้องน้ำ พบงูเหลือมช่วงหัวโผล่ขึ้นมาจากคอห่านยาวประมาณ 50 ซม. ถูกมัดปากด้วยเทปกาวใส และใช้เชือกกล้วยมัดคอผูกติดกับประตูหลังบ้าน และมีคราบเลือดจำนวนมาก ทางกู้ภัยต้องใช้น้ำราดคราบเลือดออกก่อน โดยพบว่างูเหลือมยังมีชีวิตอยู่ จึงได้ใช้ค้อนตอกสกัดฐานคอห่าน เพื่อให้สามารถขยับฐานคอห่านเพื่อนำงูเหลือมออกมา โดยพบว่าลำตัวงูมีความยาวอยู่ภายในบ่อพักจึงต้องค่อยๆดึงตัวขึ้นมาแต่เพราะลำตัวงูเหลือมติดอยู่ในคอห่านจึงต้องช่วยกันยกออกมาทั้งฐานแล้วนำค้อนมาทุบคอห่านก่อนจะสามารถนำงูเหลือมออกมาได้สำเร็จ พบว่ามีความยาวประมาณ 3.50 เมตร ก่อนจะใส่ถุงนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ส่วนนายอัฎฐพร แพทย์อยู่ระหว่างให้การช่วยเหลือ

           ขณะที่ความคืบหน้าด้านอาการของ นายอัฎฐพร แพทย์ที่ทำการรักษาพบว่ามีบาดแผลที่ปลายอวัยวะเพศ ซึ่งแพทย์ได้ทำการเย็บแผลและอยู่ระหว่างนอนรอดูอาการ
สยองหนักมาก งูเหลือมพุ่งจากคอห่านงับเจ้าโลกหนุ่ม อาการสาหัสสยองหนักมาก งูเหลือมพุ่งจากคอห่านงับเจ้าโลกหนุ่ม อาการสาหัส

สยองหนักมาก งูเหลือมพุ่งจากคอห่านงับเจ้าโลกหนุ่ม อาการสาหัส

สยองหนักมาก งูเหลือมพุ่งจากคอห่านงับเจ้าโลกหนุ่ม อาการสาหัส

สยองหนักมาก งูเหลือมพุ่งจากคอห่านงับเจ้าโลกหนุ่ม อาการสาหัส

สยองหนักมาก งูเหลือมพุ่งจากคอห่านงับเจ้าโลกหนุ่ม อาการสาหัส

 

ที่มา:kapook

อุตุฯ เตือนฝนตกหนัก-ฝั่งทะเลอันดามัน มรสุมเข้า 24-27 พ.ค. นี้

อุตุฯ เตือนฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภาคอีสาน กลาง ตะวันออก และใต้ฝั่งตะวันตก ระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ ขณะที่ชาวเรือฝั่งทะเลอันดามัน ระวังเจอมรสุม ช่วงวันที่ 24-27 พฤษภาคมนี้

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 ระบุว่า บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ กาญจนบุรี ราชบุรี จันทบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก

ขณะที่บริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงวันที่ 24-27 พฤษภาคมนี้

ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ สำหรับอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 27-28 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 34-35 องศาเซลเซียส

ที่มา:kapook

พบปราสาทอายุกว่า 3,000 ปี ผุดกลางอ่างเก็บน้ำที่สุรินทร์

ปราสาทตะเปียงรุณ

         ชาวสุรินทร์พบซากปราสาทปริศนาอายุกว่า 3,000 ปี ผุดกลางอ่างเก็บน้ำบ้านทำนบ ต.จรัส อ.บัวเชด วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล

         เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์ workpointtv.com รายงานว่า ได้รับแจ้งจากผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ว่า ชาวบ้านโอทะลันพัฒนา ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ว่า ได้มีการค้นพบชิ้นส่วนปราสาทขอมโบราณ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ปราสาทตะเปียงรุณ” ซึ่งเป็นภาษาเขมรแปลว่า ปราสาทที่รายล้อมไปด้วยต้นรุณ (ไม้พื้นเมืองโบราณ) ผุดขึ้นกลางอ่างเก็บน้ำทำนบ

         โดยนายนันท์ โพธิ์ธรรม อายุ 75 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ได้นำชิ้นส่วนสำคัญบางส่วนของปราสาทดังกล่าว มามอบให้กับทางโรงเรียนบ้านโอทะลัน เพื่อเก็บรักษาและให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เพราะเกรงว่าจะถูกบรรดากลุ่มมิจฉาชีพลักนำไปจำหน่ายให้กับนายทุนชาวต่างประเทศที่ชอบสะสมวัตถุโบราณ พร้อมแจ้งสื่อลงพื้นที่นำเสนอข่าวเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ต่อไป

ปราสาทตะเปียงรุณ

         ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนายนันท์ ก่อนจะพากันเดินเท้าระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เข้าไปในป่าลึก เพื่อไปยังอ่างเก็บน้ำบ้านทำนบ เมื่อเดินทางไปถึงก็พบกับซากปรังหักพังของ “ปราสาทตะเปียงรุณ” โดยจากการเดินสำรวจเบื้องต้น พบว่า ยังเหลือเค้าโครงตัวปราสาทสององค์ คือ องค์เปร๊าะห์ (ภาษาเขมร) หรือองค์ผู้ชาย และองค์เสร็ย (ภาษาเขมร) หรือองค์ผู้หญิง สร้างอยู่เคียงคู่กัน ลักษณะน่าจะเป็นอโรคยาศาล (สุขศาลาหรือโรงพยาบาล) 1 ใน 102 ที่ยังหาไม่ครบ

ปราสาทตะเปียงรุณ

         จากการสอบถามชาวบ้านและผู้นำชุมชน ทราบว่า ที่ผ่านมาเคยมีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร จ.นครราชสีมา มาทำการสำรวจแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหายไป ขณะที่ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ก็ไม่ได้มีการประสานงานติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้ปราสาทดังกล่าวถูกทิ้งร้าง เวลาน้ำหลากก็จะจมน้ำหายไป แต่เมื่อเข้าหน้าแล้งน้ำลด ปราสาทดังกล่าวก็จะผุดให้เห็น และจากการตรวจสอบพบร่องรอยการขุด เจาะ หาสมบัติ และวัตถุโบราณ มีการขโมยออกไปจากพื้นที่เป็นจำนวนมาก

         ขณะที่ นายนันท์ ยังได้เปิดเผยอีกว่า แต่เดิมองค์ปราสาทมีความสูงกว่า 1 เมตร สมัยก่อนมีคนมาขุดหาของเก่าทั้งวันทั้งคืน ประกอบกับน้ำท่วมจึงทำให้ปราสาทพังทลาย น้ำลดก็จะผุดขึ้นมาให้เห็น ทุกวันนี้ ยังมีคนลักลอบมาขุดและนำเอาวัตถุโบราณออกไปจากปราสาทแห่งนี้ อาทิ พระรูปวัวที่เป็นทองคำทั้งองค์ สร้อยคอทองคำ หรือสังวาลโบราณ เป็นต้น

         อย่างไรก็ดี ตนและชาวบ้านอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาศึกษาและสืบค้นทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นสมบัติของชาติสืบไป

ปราสาทตะเปียงรุณ

 

ปราสาทตะเปียงรุณ

ที่มา:kapook

ดังข้ามคืน! ลายเซ็นสุดแปลกของอาจารย์ ม.อุบลฯ

ดังข้ามคืน! ลายเซ็นสุดแปลกของอาจารย์ ม.อุบลฯ

ดังข้ามคืน! ลายเซ็นสุดแปลกของอาจารย์ ม.อุบลฯ

(22 พ.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพลายเซ็นของอาจารย์รายหนึ่ง ซึ่งมีความแปลกและยากต่อการลอกเลียนแบบ เพราะมีลักษณะขีดเป็นเส้นขวางซ้อนทับกันหลายเส้น และมีสามเหลี่ยมอยู่ด้านบน

ต่อมา ได้รับการเปิดเผยว่า ลายเซ็นดังกล่าว เป็นของ ผศ.ตรีเนตร สาระพงษ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา สำนักงานอธิการบดี ม.อุบลราชธานี

โดยลูกศิษย์เข้ามายืนยันว่า เป็นลายเซ็นของอาจารย์ตรีเนตร จริงๆ และอาจารย์เซ็นเหมือนกันทุกครั้ง ขณะที่เพื่อนร่วมงานก็ระบุว่า ผศ.ตรีเนตร เป็นคนมีอารมณ์ขัน และเก่ง

ทั้งนี้ หลังจากลายเซ็นของอาจารย์ตรีเนตร ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย หลายคนแสดงความคิดเห็นว่าเป็นลายเซ็นที่จำง่ายแต่ปลอมแปลงยากมาก

ที่มา:hot news

กรมอุตุฯประกาศ ไทยเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการ

กรมอุตุฯประกาศ ไทยเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการ

กรมอุตุฯประกาศ ไทยเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (23 พ.ค.) กรมอุตุนิยมวิยา ออกประกาศเรื่องการเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยพ.ศ.2559 โดยมีข้อความดังนี้

ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2559 เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมในประเทศไทยได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยต่อเนื่อง

ส่วนลมระดับบนได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกพัดปกคุลม ประกอบกับประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องเกือบทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นฤดู การกระจายของฝนจะไม่สม่ำเสมอ โดยจะมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะครึ่งหลังของฤดู และจะสิ้นสุดฝนประมาณกลางเดือนตุลาคม แต่ในภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะยังมีฝนต่อไปถึงเดือนธันวาคม จึงขอประกาศให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน

ที่มา:hot news