รวบหนุ่มหลอกขายของออนไลน์ พบ เชียร์ ฑิฆัมพร ตกเป็นเหยื่อด้วย

รวบหนุ่มหลอกขายของออนไลน์ พบ เชียร์ ฑิฆัมพร ตกเป็นเหยื่อด้วย

รวบเมธี ปากน้ำเค็ม หนุ่มวัย 23 หลอกขายของออนไลน์ อ้างจัดหาสินค้าได้ทุกชนิด พบดารา เชียร์ ฑิฆัมพร ตกเป็นเหยื่อด้วย คาดมีผู้เสียหายนับร้อยราย

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2559 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้สอบปากคำ นายเมธี ปากน้ำเค็ม อายุ 23 ปี หลังจบกุมตัวได้ที่ร้านเกมและอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ และหมายจับศาลแขวงเชียงใหม่

ทั้งนี้ นายเมธี ผู้ต้องหา ได้หลอกลวงขายของผ่านอินเทอร์เน็ต โดยอ้างว่าสามารถจัดหาสินค้าทุกชนิดให้ได้ตามที่ต้องการ จนมีผู้หลงเชื่อโอนเงินให้ผ่านบัญชีธนาคารเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจากได้รับเงินแล้ว นายเมธีก็จะบล็อกเฟซบุ๊กผู้เสียหายทันที และขาดการติดต่อไป ซึ่งก็พบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อนับร้อยราย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

รวบหนุ่มหลอกขายของออนไลน์ พบ เชียร์ ฑิฆัมพร ตกเป็นเหยื่อด้วย

โดยหนึ่งในผู้เสียหายคือนางเอกสาว เชียร์ ฑิฆัมพร ตกเป็นเหยื่อสูญเงินเกือบ 2 หมื่นบาท ซึ่งหลังเจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายเมธีได้ ก็มีผู้เสียหายที่ทราบข่าวนับสิบรายเดินทางมารุมชี้ตัว ขณะที่ทางดาราสาวจะเดินทางมาชี้ตัวด้วย แต่ไม่ได้มา เนื่องจากเป็นเวลาเย็นมากแล้ว และเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวนายเมธีส่งไปยัง สน.พลับพลาไชย 1

รวบหนุ่มหลอกขายของออนไลน์ พบ เชียร์ ฑิฆัมพร ตกเป็นเหยื่อด้วย

อนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากไปยังผู้เสียหายรายอื่นที่เคยถูกนายเมธีหลอก สามารถมาแจ้งความเอาผิดได้ทันที

ที่มา:kapook

‘ต้นหอม’ แฮปปี้ หนุ่มรุ่นน้องดามใจ รอชัวร์ค่อยเปิดตัว

            “ต้นหอม ศกุลตลา” แฮปปี้มีหนุ่มรุ่นน้องดามใจ อุบบอกในหรือนอกวงการรอชัวร์เปิดตัว ยินดี “เคน ภูภูมิ” หวาน “เอสเธอร์”

สำหรับสาว “ต้นหอม ศกุลตลา” ที่ล่าสุดเอ่ยปากแซวดูโอ้โฟล์คซองอย่างหนุ่ม “เคน ภูภูมิ” ที่ช่วงนี้สวีตหวานจนไม่มีเวลามาเจอเพื่อน ส่วนเรื่องความรักของสาวต้นหอมตอนนี้เจ้าตัวก็เปรย ๆ ว่ากำลังศึกษาดูใจกับหนุ่มคนใหม่ แต่ยังไม่เปิดตัว รอให้ชัวร์ก่อน

ดูโอ้เราอย่าง เคน ภูภูมิ ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?

“แก๊งโฟล์คซองเราเงียบไปเลยค่ะ เรามีไลน์ไปหาเหมือนกัน ไม่เล่นเพลงมั่งเหรอ มัวแต่หวานอย่างเดียวเลย หอมว่าน่าจะหาดูโอ้ใหม่แล้วล่ะ ช่วงนี้หายไปเลย ไม่ค่อยมีเวลาเลย ก็มีไลน์ไปแซวบ้างค่ะ อย่าหวานมาก ให้เวลากันบ้าง เดี๋ยวเราขาดความอบอุ่นนะ

เพื่อน ๆ ไม่ค่อยได้เห็นหน้ากันช่วงนี้ ก็เป็นช่วงเวลาของเขานะคะ เราก็เห็นช่วงเวลาที่เขาโหยหาโมเมนต์นี้มานานมาก แล้วพอเขามี หอมว่าเขาเหมาะกันนะ เท่าที่คุยเขาก็เป็นเด็กดีแล้ว น่าจะเป็นอีกคู่หนึ่งที่ลงตัว ก็เอาใจช่วยน้อง ไม่ค่อยได้เจอเพราะว่าเคนเขาย้ายบ้านแล้ว นาน ๆ ทีจะกลับมาค่ะ”

ตอนนี้ความรักของเราเป็นอย่างไรบ้าง ?

“เราก็มีของเราไปเรื่อย ๆ ก็มีคุยนะ ไม่บอกว่าในหรือนอกวงการ เหมือนเริ่มต้นคุยมากกว่า ไม่คอนเฟิร์ม ไม่รีบ ให้เวลาไปช้า ๆ ค่ะ เพิ่งจะเริ่มคุยเองประมาณ 2 เดือน ยังตอบอะไรไม่ได้ ให้เวลาอีกหน่อย เวลาคบใครก็จริงตลอด แต่สุดท้ายจะได้ไม่ได้ก็เป็นเรื่องของวาสนาด้วยนะ ไม่เห็นในไอจีค่ะ หอมจะไม่ให้สื่อรู้ค่ะ หอมอยากให้มั่นใจในระดับหนึ่งก่อน ไม่อยากให้ฮือฮาหรือให้สังคมจับตามองค่ะ เดี๋ยวจะมีผลต่อการตัดสินใจ

เรื่องความมั่นใจต้องใช่เวลา เพื่อน ๆ เชียร์ค่ะ เพื่อนเจอแล้วค่ะ อยากมีผู้ใหญ่แต่ไม่มีเข้ามาเลย ก็เด็กกว่าค่ะ ตอนนี้คบใครอยู่ที่ความคิด ไม่เกี่ยวกับอายุแล้วค่ะ หอมมีเงื่อนไขที่ความจริงใจและซื่อสัตย์ค่ะ หอมเคยออกตัวล้อฟรีแล้วแหกคว่ำมาแล้วค่ะ ก็รอบนี้ขอช้า ๆ ดีกว่าค่ะ”

หลายคนบอกว่าโสดแล้วสวยขึ้น ไปทำอะไรมาหรือเปล่า ?

“โสด แล้วสวยขึ้น ไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ ตอนนี้หอมดัดฟันรอบสอง แล้วหน้าเล็กลงไปอีก ไม่ได้ทำคางค่ะ ไม่ซีเรียสที่คนจับผิดค่ะ ปกติไม่ปิดอยู่แล้วกับการทำหน้าค่ะ”

ที่มา:sanook

แพร์ งัดหลักฐานโต้ ฟิล์ม ชี้ทำร้ายลูกจริง ! เผยแม่ฝ่ายชายด่าแรง

ฟิล์ม ณัฐกวี


แพร์ งัดหลักฐานโต้
ฟิล์ม ณัฐกวี ชี้ทำร้ายลูกจริง ! เผยแม่ฝ่ายชายด่าแรง สันดานไม่ดี อัปมงคล บอกรู้อยู่แล้วว่าลูกชายมีลูก แต่ทำไมถึงบอกว่าเพิ่งรู้

จากกรณีที่ แพร์ ชนิตา หญิงสาวคนหนึ่งได้โพสต์ข้อความแฉ ฟิล์ม ณัฐกวี บุญประเสริฐ นักแสดงวัยรุ่น โดยอ้างว่าเธอนั้นเป็นภรรยาของฟิล์มและมีลูกด้วยกัน 1 คนอีกทั้งฝ่ายชายยังเคยทำร้ายลูก นอกจากนี้ฝ่ายชายยังขอเลิก เพราะเป็นดาราไม่อยากให้มีประวัติเรื่องมีครอบครัวแล้ว ทำเอาชาวเน็ต-แฟนคลับ วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างมากมาย แต่แล้วล่าสุดทางด้านฟิล์มก็ได้ออกมาแถลงข่าว ยอมรับว่ามีภรรยาและลูกแล้วจริง แต่ไม่เคยทุบตีหรือทำร้ายทั้งลูกและภรรยา ส่วนทางด้านแม่ของฝ่ายชายก็เพิ่งรู้ว่าลูกชายมีลูกและภรรยาแล้ว

ฟิล์ม ณัฐกวี

ฟิล์ม ณัฐกวี


อย่างไรก็ดี ล่าสุดวันที่ 25 สิงหาคม 2559 สาวแพร์ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ผ่านทางรายการ แฉ ช่อง GMM25 โดยเจ้าตัวได้นำหลักฐานมาให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมบอกว่า ฝ่ายชายยอมรับแค่เรื่องเป็นพ่อของลูกและเคยขายขนมจีบด้วยกัน แต่เรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ยอมรับตนมีหลักฐานเป็นบทสนทนาไลน์ เป็นข้อความที่ฝ่ายชายขอเลิก โดยฝ่ายชายยอมรับว่าเป็นคนอารมณ์รุนแรง ทำร้ายตนเอง อีกทั้งยังมีข้อความของฝ่ายชายที่ยอมรับกับพี่สาวว่าได้ทุบตีลูกจริง ส่วนค่าเลี้ยงดูนั้น ให้มาแต่บางครั้งก็ขอให้โอนกลับเนื่องจากไม่มีเงินใช้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบทสนทนาระหว่างเธอกับแม่ของฝ่ายชาย ที่ทราบอยู่แล้วว่าตนมีลูกกับฝ่ายชาย แต่ทำไมถึงออกมาสัมภาษณ์ว่าเพิ่งรู้ แถมยังมีการด่าทอต่อว่าตนอีก อาทิ “เลี้ยงลูกชายตัวเองให้ดีเถอะ ถ้าโตก็อย่ามาเอาอัปมงคลใด ๆ เข้ามาในชีวิต”, “สันดานไม่ดี”

              สาวแพร์ เล่าต่อว่า แม่ฝ่ายชายจะให้สามีใหม่ของตนเซ็นรับรองบุตรแทนลูกชายตัวเองด้วย แต่ตนไม่ยอมจึงได้พูดคุยกับฝ่ายชายอีกครั้งเพื่อให้เซ็นรับรองบุตร และหลังจากนี้ก็จะขออโหสิ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายชายอีก ถ้าฝ่ายชายยืนยันว่ารักลูกมาก ก็ให้ลูกตัดสินว่าอยากเจอพ่อ อยากอยู่กับพ่อไหม ตนไม่เคยกีดกัน

ฟิล์ม ณัฐกวี

ที่มา:sanook

“ประเพณีพ้อต่อ” ประเพณีแห่งศรัทธา..หนึ่งเดียวใน ภูเก็ต

"ประเพณีพ้อต่อ" ประเพณีแห่งศรัทธา..หนึ่งเดียวใน ภูเก็ต

           ภูเก็ตถือว่าเป็นจังหวัดที่มีความผูกพันและมีเรื่องราวกับเต่ามาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของขนมในเซ่นไหว้ “ประเพณีพ้อต่อ” ซึ่งถือว่ามีแห่งเดียวในประเทศไทย

ประเพณีพ้อต้อ เป็นพิธีเซ่นไหว้ที่มีมาตั้งแต่ในสมัยอดีต เป็นการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ วิญญาณที่เร่ร่อน ที่มาเยี่ยมเยียนลูกหลานในช่วงวันสารทจีน

เหล่าบรรดาลูกหลานหรือผู้ศรัทธาก็จะจัดหาขนมตั่วกู้ (ขนมเต่าสีแดง) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเพณีพ้อต้อ มาเส้นไหว้ โดยมีความเชื่อว่าเต่าเป็นสัตว์ที่แข็งแรงและอายุยืน

ขนมตั่วกู้ จะมีความแตกต่างกันออกไปทั้งตัวขนมและขนาด บางตัวก็จะทำมาจากแป้งสาลีผสมน้ำตาล ข้างในเป็นไส้ถั่วเขียวกวน จากนั้นก็จะถูกทาสีทับด้วยสีแดง ซึ่งเป็นสีแห่งความโชคดีเป็นมงคล บางตัวก็จะทำมาจากข้าวเหนียว หรือวัตถุดิบอื่นๆ ตามความสะดวกของลูกหลาน

ซึ่งบนกระดองก็จะมีคำอวยพรที่เป็นมงคลเขียนไว้ เมื่อไหว้เสร็จก็จะนำมารับประทานเพื่อเป็นสิริมงคลของตนเองและครอบครัว

ประเพณีพ้อต้อ จะถูกจัดขึ้นในทุกๆช่วงเดือน 9 ของทุกปี.. โดยจะมีเหล่าลูกหลาน หรือผู้ที่มีความเชื่อและศรัทธาเดินเข้ามาเซ่นไหว้กันอย่างไม่ขาดสาย

ที่มา:sanook

สาวใจกล้าหอบโฉนดที่ดิน ขี่มอเตอร์ไซต์คุกเข่าขอหนุ่มแต่งงาน

สาวใจกล้าหอบโฉนดที่ดิน ขี่มอเตอร์ไซต์คุกเข่าขอหนุ่มแต่งงาน

           สาวทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแฟนหนุ่มแต่งงาน ด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมด้วยโฉนดที่ดินมามอบให้สุดที่รัก

(26 ส.ค.) โลกออนไลน์ของจีนได้มีการแชร์คลิปวีดิโอ สาวขอแฟนหนุ่มแต่งงานกลางลานกว้างถนนเฉิงตู โดยฝ่ายหญิงสวมชุดแต่งงานสีขาว มือถือดอกไม้ช่อใหญ่พร้อมโฉนดบ้าน ขับมอเตอร์ไซต์ไปขอชายที่ตัวเองรักแต่งงาน จากนั้นได้คุกเข่าพร้อมกับเอ่ยคำพูดว่า “ฉันซื้อรถมอเตอร์ไซต์แบบที่คุณชอบที่สุด ฉันเขียนชื่อคุณลงในโฉนดบ้านด้วย รับฉันเป็นภรรยาเถอะ” ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดยืนดูกันเป็นจำนวนมาก ทั้งยังพากันโห่ร้องให้ตอบรับคำขอแต่งงานของเธอ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอีกด้วย

ด้านฝ่ายชายมีสีหน้าตื่นตะลึงเพราะถูกขอแต่งงานอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ต่อมาก็ยิ้มดีใจแสดงความรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก แล้วพยักหน้าตอบรับคำขอแต่งงานของเธอ ทำให้เป็นเกิดเป็นจุดสนใจของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก พริบตาเดียวก็มีคนมามุงดูพวกเขาทั้งสองเต็มลานกว้าง

ตามรายงานระบุว่า หญิงสาวผู้กล้าหาญขอชายหนุ่มแต่งงานคนดังกล่าว พ่อแม่เป็นนักธุรกิจชื่อดัง ตัวเธอเองเพิ่งเรียนจบจากต่างประเทศและคบกับชายหนุ่มได้ไม่นาน แต่ด้วยความรักจริงจึงลงทุนซื้อมอเตอร์ไซต์แล้วขับไปขอเขาแต่งงาน

หลังจากชายหนุ่มตอบตกลง เธอกล่าวว่า การขอแต่งงานไม่ใช่สิทธิของฝ่ายชายเพียงอย่างเดียวแล้ว คนอื่นอาจจะรอให้ฝ่ายชายมาขอ แต่เธอไม่ เธอต้องการเปลี่ยนประเพณีดั้งเดิมนั้น เพราะเธอชอบเขา จึงใช้ความกล้าที่มีอยู่บอกขอเขาแต่งงาน ระยะเวลาสั้นยาวไม่สำคัญ ความรักที่เรียบง่ายธรรมดาไม่สามารถตีเป็นมูลค่าหรือราคาได้

ซึ่งผู้คนที่ยืนมุงดูต่างก็พากันปรบมือแสดงความยินดีและนับถือความกล้าของเธอมาก กลายเป็นฉากขอแต่งงานที่น่าตื่นเต้นและมีความหวานกระจายทั่วบริเวณนั้น

ที่มา:sanook

วันไหนได้เจอ…ถือเป็นวันพิเศษนะจ๊ะแม่ “น้าเน็ก” หยอดหวานจิ้น “กาละแมร์”

วันไหนได้เจอ…ถือเป็นวันพิเศษนะจ๊ะแม่ “น้าเน็ก” หยอดหวานจิ้น “กาละแมร์”

          เรียกว่าเป็นคู่จิ้นที่หลายคนแอบลุ้นตัวโก่งเลยก็ว่าได้ สำหรับพิธีกรคู่ฝีปากกล้าอย่าง “กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ” และ “น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” นอกจากรายการ Take me out Thailand จะจับคู่ให้หนุ่มสาวได้ไปออกเดทกันแล้ว ทั้งคู่ยังถูกแฟนๆ จับคู่ให้จิ้นกันนอกจออีกด้วย

พักหลังน้าเน็กมักจะโพสต์ภาพสาวกาละแมร์พร้อมหยอดคำหวาน พร้อมทั้งแทนชื่อเรียกว่า แม่, พ่อ ก็พาลทำเอาหลายคนสงสัยว่าทั้งคู่มีซัมธิงอะไรกันหรีือเปล่า

ไอจี น้าเน็ก : ฉันยอมรับว่าบางวันฉันก็ขี้เกียจทำงาน แต่ไม่ใช่วันที่ได้ทำงานกับแก และฉันพบว่าวันไหนที่ได้เจอกันนั่นจะเป็นวันที่พิเศษเสมอนะจ๊ะแม่ @kalamare

ไอจี กาละแมร์ : นี่ๆอิพ่อ @nanake555 วันนี้ชั้นพูดเรื่องแกมา 2 รอบละนะ เย็นนี้ใน #เม้าท์มันบันเทิง กับ #เรื่องเล่าเช้านี้ พรุ่งนี้แกมาอ่านข่าวตัวเองละกัน!

ล่าสุด น้าเน็ก เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าวในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ว่า “ด้วยการงานทั้งพิธีกร เกมโชว์ เป็นงานที่สร้างความบันเทิงให้กับคนอื่น แต่ในชีวิตส่วนตัวไม่ค่อยบันเทิงเท่าไหร่ เวลาทำงานกับกาละแมร์แล้วมีความสุข หัวเราะได้ตลอด มีสไตล์การทำงานคล้ายกัน รายการ เทคมีเอ้าท์ฯ เป็นการทำงานที่สนุกมาก ก็แค่อยากบอกเธอว่าทำงานด้วยแล้วมีความสุขดี รู้สึกว่าเป็นเพื่อนต่างเพศที่ดีคนหนึ่งเลย และชื่นชมที่เธอเป็นแบบอย่างผู้หญิงที่ดี ไม่ศัลยกรรมเลยแต่สวยด้วยการออกกำลังกาย ถือศีล 5 ทำงานเก่ง”

ขณะที่ สาวกาละแมร์ เผยว่า “ทำงานด้วยกันแล้วมีความสุข เหมือนเจอผู้เล่นที่สมน้ำาสมเนื้อกัน แซวกันไปมา แต่ไม่คิดว่าคนจะจิ้นกันขนาดนี้”

น้าเน็ก กาละแมร์

น้าเน็ก กาละแมร์

น้าเน็ก กาละแมร์

น้าเน็ก กาละแมร์

น้าเน็ก กาละแมร์

น้าเน็ก กาละแมร์

น้าเน็ก กาละแมร์

น้าเน็ก กาละแมร์

น้าเน็ก กาละแมร์

ที่มา:sanook

วิจารณ์แซ่ด พิธีแก้กรรมแบบใหม่ใช้ฝ่าเท้าลูบหน้า-ถีบหลัง เชื่อรักษาได้สารพัดโรค

บาทาบำบัด

          โลกออนไลน์วิจารณ์แซ่ด ! พิธีแก้กรรมศักดิ์สิทธิ์ “บาทาบำบัด” ของอาจารย์เอ ตาทิพย์ ใช้ฝ่าเท้าลูบหน้า-กดจุดตามร่างกาย รักษาได้สารพัดโรค ชี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล

          เป็นคลิปวิดีโอความเชื่อไสยศาสตร์สุดแปลก ที่ล่าสุด (24 สิงหาคม 2559) โลกออนไลน์กำลังแห่แชร์กันอย่างแพร่หลาย สำหรับคลิปพิธีแก้กรรม “บาทาบำบัด” ของอาจารย์เอ ตาทิพย์ ที่ใช้ฝ่าเท้าเหยียบตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย

          โดยภายในคลิปจะให้ลูกศิษย์ที่มารับการรักษานั่งหันหลังแล้วพนมมือ จากนั้นอาจารย์เอ ตาทิพย์ ที่นั่งอยู่บนโซฟาจะให้ฝ่าเท้าเหยียบไปที่แผ่นหลังและกระแทก 1-2 ครั้ง ก่อนจะนำน้ำมนต์มาพรมให้เป็นอันสิ้นสุดพิธี หรือบางคลิปจะให้ลูกศิษย์นอนราบลงกับพื้นแล้วใช้ฝ่าเท้าทาบไปบนใบหน้า โดยอ้างว่าเป็นการแก้กรรมและรักษาอาการเจ็บปวด

บาทาบำบัด

          ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกแพร่ออกไปทำให้ชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่งมงาย ไม่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้จริง ขณะที่บางส่วนมองว่าการทำพิธีอย่างน้อยจะทำให้คนที่มารักษารู้สึกสบายใจขึ้นและเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

          ล่าสุด ทีมข่าวกระปุกดอทคอมได้ติดต่อไปยัง เอ ตาทิพย์ เพื่อสอบถามข้อมูลที่มาของพิธีแก้กรรม “บาทาบำบัด” ซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ณ ขณะนี้ ได้ความว่า การรักษาด้วยพิธีกรรมดังกล่าวเริ่มจากการที่ครอบครัวของตนเองเป็นคนอยุธยามีความศรัทธาหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
          เอ ตาทิพย์ อ้างว่า จากนั้นหลวงพ่อก็ได้มาเข้าทรงตนเอง และได้ฝึกวิชาของหลวงพ่อหลวงพ่อฤาษีลิงดําทำให้สามารถสื่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว จึงเริ่มรักษาคนฟรีด้วยวิธีการที่หลากหลายมีตั้งแต่นั้น โดยมีประชาชนที่มีความศรัทธามาให้รักษาเป็นจำนวนมาก ซึ่งวิธีการรักษาโรคด้วยการแก้กรรมนั้นตนจะอัญเชิญพระพุทธเจ้า และพระเกจิอาจารย์ต่าง ๆ ที่เป็นสายรักษามาประทับเพื่อมาให้เหยียบจุดต่าง ๆ ตามร่างกาย โดยขณะทำพิธีตนจะเห็นภาพว่าผู้ที่รับการรักษานั้นมีเจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บเป็นอย่างไร จึงกำหนดจิตก่อนจะเหยียบไปที่จุดนั้นเพื่อแก้กรรม โดยตนเองยินดีจะรักษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
บาทาบำบัด

บาทาบำบัด

บาทาบำบัด

ที่มา:kapook

รักแน่นเว่อร์ ! ผุดไอเดียถ่ายภาพสุดแปลก จับคู่รักแพ็กถุงสุญญากาศ


รักกันแนบแน่นไม่ใช่คำเปรียบเปรยเฉย ๆ อีกต่อไป เมื่อศิลปินชาวญี่ปุ่นแชะภาพสื่อรักแนบแน่นออกมาเป็นรูปธรรม จับคู่รักแพ็กใส่ถุงพลาสติกใส-ดูดอากาศออก สองร่างผสานแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียว นี่สิรักแท้ แม้เสี่ยงขาดอากาศตายก็ตาม !

ชมผลงานของ ฮารุฮิโกะ คาวะงุจิ หรือที่รู้จักในนาม Photographer Hal ศิลปินชาวญี่ปุ่นจากกรุงโตเกียว ที่รังสรรค์ภาพถ่ายคู่รักแบบไม่เหมือนใคร ถ่ายทอดไอเดียความรักอันแนบแน่น เพราะเขาเชื่อว่าเมื่อคน 2 คนรักกัน ความรักนั้นก็จะดึงให้พวกเขาแนบแน่นและหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ภาพถ่ายของเขาจึงให้คู่รัก ลงไปนอนกอดก่ายเกยกันในถุงพลาสติกใส ก่อนดูดอากาศออกให้หมด แล้วรีบแชะเก็บภาพโมเมนต์แห่งรักเก็บไว้ ซึ่งจากโปรเจคท์เล็ก ๆ ที่ทำเป็นงานอาร์ตในช่วงแรก ต่อมากลับมีคู่รักมากมายที่สนใจ ขอให้เขาถ่ายภาพรักแนบแน่นในถุงสุญญากาศให้ และอีกไม่น้อยขอถ่ายสไตล์นี้เป็นภาพพรีเวดดิ้งเลยทีเดียว

ภาพสื่อรักแนบแน่นออกมาเป็นรูปธรรม

แต่กว่าจะได้รูปคู่แนบชิดสนิทเนื้อก็ไม่ใช่เรื่องชิล ๆ นะเออ รายงานวันที่ 22 สิงหาคม 2559 จากเดลี่เมล เผย ว่า ในการถ่ายทำ ฮัลจำเป็นต้องมีผู้ช่วย เจ้าหน้าที่พยาบาล พร้อมออกซิเจนกระป๋องเตรียมพร้อมไว้เสมอ เพราะการเอาคนตัวโต ๆ สองคนไปแพ็กใส่ถุงแล้วดูดอากาศออกนั้น เสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจอย่างมาก ตัวเขาเองมีเวลาเพียง 4 วินาทีในการเก็บภาพ ขณะที่คู่รักนั้นก็ต้องท้าตาย กลั้นหายใจให้ได้อย่างน้อยที่สุด 10 วินาทีจนกว่าจะเสร็จกระบวนการทั้งหมด ไม่อย่างนั้นภาพรักก็อาจกลายเป็นภาพสลดไปได้

              ไอเดียการถ่ายทอดความรักแนบแน่นของเขาช่างแหวกแนวเสียนี่กระไร ว่าแต่อย่าไปลองทำตามเองเชียว กลัวจะรักกันจนขาดใจไปเสียก่อนจริง ๆ ^^”

ภาพสื่อรักแนบแน่นออกมาเป็นรูปธรรม
ภาพสื่อรักแนบแน่นออกมาเป็นรูปธรรม

ภาพสื่อรักแนบแน่นออกมาเป็นรูปธรรม
ภาพสื่อรักแนบแน่นออกมาเป็นรูปธรรม

ภาพสื่อรักแนบแน่นออกมาเป็นรูปธรรม
ภาพสื่อรักแนบแน่นออกมาเป็นรูปธรรม
ภาพสื่อรักแนบแน่นออกมาเป็นรูปธรรม

ที่มา:kapook

ศาลเยาวชนแถลง สาวซีวิคชนรถตู้ ดับ 9 ศพ ทำงานบริการสังคมครบแล้ว

สาวซีวิคชนรถตู้ ดับ 9 ศพ

        ศาลเยาวชน เผยสาวซิ่งเก๋งซีวิคชนรถตู้บนโทลล์เวย์ เสียชีวิต 9 ศพ ทำกิจกรรมบริการสังคมครบกำหนด 138 ชั่วโมงแล้ว ถือว่าการคุมประพฤติเป็นอันสิ้นสุด

        วันที่ 23 สิงหาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม แถลงชี้แจงภายหลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นัดฟังผลการทำกิจกรรมบริการสังคมในคดีที่เยาชนหญิง ขับรถยนต์ซีวิคเฉี่ยวชนรถตู้บนทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ ซึ่งศาลเยาวชนฯ มีคำสั่งให้จำเลยไปทำกิจกรรมบริการสังคมใหม่ให้ครบถ้วนเวลา 138 ชั่วโมง

สาวซีวิคชนรถตู้ ดับ 9 ศพ

        โดย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา จำเลยพร้อมผู้ปกครองได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขการทำงานบริการสังคม โดยกำหนดทำงานบริการสังคมกับหน่วยงานภาคีที่โรงพยาบาลไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายนเป็นต้นไป วันละ 6 ชั่วโมงต่อเนื่อง เป็นเวลาทั้งหมด 138 ชั่วโมง โดยการทำงานในแผนกช่วยเหลือผู้ป่วยที่ไม่มีญาติ, งานในห้องฉุกเฉินที่เป็นการช่วยเฉพาะงานเบื้องต้น, การออกพื้นที่ด้วยการนั่งรถฉุกเฉินไปรับผู้ป่วยนอก ที่มีพนักงานคุมประพฤติไปตรวจสอบดูแลอยู่เป็นประจำทุกวัน และต่อมาโรงพยาบาลไทรน้อย มีหนังสือแจ้งผลการทำงานบริการสังคมกลับมา ซึ่งได้ให้ทนายโจทก์ร่วมที่ 1-8 ทราบรายงานดังกล่าวแล้วแถลงไม่คัดค้าน

        ทั้งนี้ ทางศาลได้พิเคราะห์รายงานและถ้อยแถลงของจำเลยและเจ้าพนักงานคุมประพฤติ ประกอบคำเบิกความของผู้อำนวยการกองกิจการชุมชนและบริการสังคม กรมคุมประพฤติแล้ว จึงฟังว่า จำเลยได้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติและทำกิจกรรมบริการสังคมตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จนครบถ้วนแล้ว จึงถือว่าการคุมประพฤติจำเลยเป็นที่สิ้นสุด

ที่มา:sanook

ตำรวจช่วยคนแก่หกล้มตรงรางรถไฟ สุดท้ายถูกชนดับคู่

ตำรวจช่วยคนแก่หกล้มตรงรางรถไฟ สุดท้ายถูกชนดับคู่

           สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วานนี้ (23 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 08.51 น. ที่สถานีรถไฟจูโจว เมืองหูหนาน ชายชราคนหนึ่งหกล้มบริเวณรางรถไฟ ขณะที่ขบวนรถไฟกำลังวิ่งใกล้เข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังเดินตรวจตราอยู่ในบริเวณนั้น จึงได้พยายามวิ่งเข้าไปช่วยดึงชายชราดังกล่าวออกมา แต่โชคไม่ดีถูกรถไฟชนดับทั้งคู่

ตามรายงานระบุว่า ทางรถไฟบริเวณดังกล่าวเปิดให้คนสัญจรข้ามไปมาได้ โดยชายชราอายุ 70 ปี อาศัยอยู่ในละแวกนั้น เช้าวันเกิดเหตุได้ออกไปเดินเล่น ขากลับได้หกล้มในรางรถไฟ จากนั้นได้มีตำรวจที่เดินตรวจตราอยู่ในบริเวณนั้นสังเกตเห็น

และเห็นว่าขบวนรถไฟกำลังวิ่งใกล้เข้ามา แต่ชายชราดังกล่าวกลับไม่ลุกขึ้น เขาจึงได้วิ่งเข้าไปหมายจะเข้าไปช่วยดึงตัวชายชราดังกล่าวออกมา แต่ไม่สามารถช่วยได้ทัน ทำให้ถูกขบวนรถไฟชนเข้าอย่างจัง ดับทั้งคู่

หลังถูกชน ร่างชายชราได้ถูกขบวนรถลากไปไกลกว่า 10 เมตร ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เขาไปช่วยถูกชนจนร่างตกไปอยู่ข้างรางรถไฟ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวอายุ 51 ปี ทำงานเป็นตำรวจมากว่า 20 ปีแล้ว ทำให้ญาติพี่น้องยังทำใจยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้

ที่มา:sanook